เวิร์คช้อปหนูเมอรี่ : Merry Pop-Up Scrapbook

มัวแต่ยุ่งทำงานนู้นนี้ โผล่มาอีกทีก็ทิ้งบล็อกนี้ไว้ร้างถึงหกเดือน! เราชอบเขียนบล็อกนะ ชอบเลื่อนลงดูผลงานที่ผ่านมาที่เอามาแปะไว้ แต่พอเข้าฤดูงานเยอะทีไรก็แทบจะลืมบล็อกไปเลย ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฝึกนิสัยให้เขียนได้เป็นประจำเสียที ก็ต้องดูกันต่อไป

ช่วงที่หายไปไม่ได้หายไปไหนก็ยังคงทำงานออกแบบเหมือนเดิม ปีนี้มีโอกาสมากขึ้น ได้ทำงานหลากหลาย ที่ดีใจคือได้ทำงานที่เป็นสไตล์ MerryDay ทั้งนั้น ทั้งงานภาพประกอบ งานหนังสือ ผ้าพันคอ และเวิร์คช้อป คิดแล้วก็น่าจะเอางานมาแปะโชว์ เพียงแต่ว่าบางงานยังไม่แล้วเสร็จดี คงต้องรอหน่อย ส่วนงานที่สำเร็จไปแล้วและรู้สึกดีที่ได้ทำคือเวิร์คช้อปหนูเมอรี่ ปีนี้นับรวมได้ทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง

เวิร์คช้อปครั้งนี้พิเศษตรงที่เราไม่ได้ทำคนเดียว แต่เป็นการรวมตัวหลายฝ่าย โดยมี The Revol เป็นตัวตั้งตัวตีชวน DIY by Keng แบรนด์งานกระดาษตกแต่ง scrapbook และ Croco แบรนด์สติ๊กเกอร์ เครื่องเขียนที่เห็นตามร้านใหญ่ๆ รวมทั้งเรา นักวาดรูปตัวน้อยที่ยังไม่มีหน้าร้านจริงจังไปแจมกับเขาด้วย งานนี้จัดขึ้นในคอนเสปต์ตามชื่องานคือ 'Paper Art & Design' สถานที่งานคือร้านกาแฟอาร์ตๆ FabCafe Bangkok ซึ่งมีบริการพิมพ์งานแบบ 3 มิติด้วย ฟังชื่อผู้ร่วมงานแล้วก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีของเราที่จะได้ออกไปรู้จักคนในวงการจริงๆ :)

งานนี้ถึงจะเป็นงานเล็กๆ แต่ก็ดูคึกคักดี ในงานจะมีการออกร้านของ DIY by Keng และ Croco ส่วนเรา MerryDay ก็มีสมุด การ์ดไปวางขายด้วยนิดหน่อย ตัวหลักของงานคือเวิร์คช้อป ซึ่งก็คือเวิร์คช้อป accordion scrapbook ของ DIY by Keng และ เวิร์คช้อป Merry Pop-Up Scrapbook ของเรา MerryDay เอง ถึงจะเป็น scrapbook เหมือนกัน แต่ของเราก็แตกต่างตรงที่เป็นงานทำมือและเน้น pop-up โดยเราจะสอนวิธีตัดและพับ pop-up แบบง่ายๆ ให้เป็นพื้นฐานของตัวสมุด จากนั้นก็จะมีรูปลายเส้นขาวดำสไตล์หนูเมอรี่ให้วาด ระบายสี ตัด แปะ ตามใจ

ข้างล่างคือตัวอย่างงานพร้อมรูปโคลสอัพ รูปนี้เป็นตัวอย่างเป็นแนวทางเท่านั้น เดี๋ยวจะพาไปดูว่าคนมาทำเขาทำแตกต่างน่าสนุกยังไงบ้าง ไปดูรูปกัน!

ตัวอย่างงาน Merry Pop-Up scrapbook

ไปทัวร์ที่งานกันเถอะ! เริ่มจากหน้าร้าน FabCafe Bangkok กับสีแดงเจิดจ้าน่าถ่ายรูป

ภายในร้านขาว สะอาด เรียบๆ แต่น่านั่ง Strawbery Italian Soda อร่อยนะ

วันที่จัดงานคือวันที่ 1 พฤศจิกายน เราเลยยังได้เห็นหมู่ค้างคาวตกแต่งร้าน ควันหลงจากคืนฮัลโลวีนก่อนหน้า

โต๊ะลงทะเบียนผู้ร่วมงานพร้อมของที่ระลึกสีสวย

โต๊ะสำหรับเวิร์คช้อปหนูเมอรี่ เรียบๆ ดูสบายๆ 

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม prepare to impress! ชอบเวลาวางนามบัตร MerryDay ดูเป็นการเป็นงานดี :)

ยังไม่ถึงเวลา มาเดินดูภายในงานกันก่อน มุมสินค้าจาก DIY by Keng และ Croco ใช้เก้าอี้ ม้านั่งเรียบๆ แต่ดูดี

เทปและถุงของขวัญสำหรับคนรักงานกระดาษ

เทปแวววาวจาก croco สีสวยมาก อุดหนุนไปสาม :)

ในงานมีน้องผู้ชายมาตั้งโต๊ะสอนการพับดอกไม้แบบ origami ด้วยนะ :)

มีมุมหนูเมอรี่ด้วยนะ เอาไปไม่เยอะ แต่ก็มีคนมาอุดหนุน ขอบคุณมากจ้า

เอาล่ะ ถึงเวลาเวิร์คช้อปแล้ว จริงๆ ควรจะมีรูปขั้นตอนการตัด พับ ทำสมุดและส่วนของ pop-up แต่มัวแต่สอน เลยลืมถ่ายรูปช่วงนี้ไป ข้ามมาช่วงระบายสีตกแต่งเลยละกัน

เธอคนนี้ตั้งใจวาด ระบาย ลายกุ๊กกิ๊กมาก เห็นว่าจะทำเป็นของขวัญให้เพื่อนที่กำลังจะเป็นคุณแม่ ฟังแล้วก็ดีใจที่งานเราเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องดีๆ :D

มีคุณผู้ชายมาร่วมด้วย แต่งานเราคงจะกุ๊กกิ๊กเกินไป เลยวาดเองดีกว่า!

ออกมาเท่มากเลย!

ตั้งใจ ตัด แปะ กุ๊กกิ๊ก 

จะอบเค้กสไตล์ตัวเอง

หรือสร้างบ้านในฝัน

หรือปราสาทสนุกสนาน

หรือจะทำส้วมก็ยังได้ 55

ตบท้ายด้วยตะกร้าดอกไม้ตามใจวาด 

ดูทุกคนทำงานกันเพลินๆ ก็ดีใจนะ

โต๊ะรกๆ บางทีก็ทำให้มีความสุขได้ :)

งานนี้ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้โอกาส ปีหน้าอยากจะทำเวิร์คช้อปอีก กำลังคิดหาไอเดียที่แตกต่าง น่าจะสนุกนะ :)

Merry DIY : ที่คั่นหนังสือน้องกระต่ายแมวเหมียว

จากที่เดือนที่แล้วได้มีโอกาสไปทำงาน DIY  โครงการ บอกรักด้วยหนังสือ จัดโดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านของ สสส. และได้พูดถึงงานชิ้นหลัก Merry DIY : ที่คั่นหนังสือบอลลูนหัวใจลอยฟ้า ไปแล้ว วันนี้มีงาน DIY ที่คั่นหนังสือน่ารักๆ อีกสามชิ้นมาเสนอค่ะ งานนี้เป็นงานที่ออกแบบให้นักศึกษากับผู้ร่วมงานได้ลองทำกันในงาน เป็นไอเดียง่ายๆ ใช้เวลาทำไม่นาน เราเขียนวิธีการทำเป็นขั้นตอนพร้อมต้นแบบรูปกระต่ายและแมวไว้ให้เซฟไปลองทำกันได้ สามารถคลิกลิ๊งค์ใต้ภาพไปยังหน้า merry diy ของเวบนี้ได้เลยค่ะ

ปล. วิธีทำมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คลิกภาพไปเรื่อยๆ แล้วเลือกเซฟเวอร์ชั่นที่อยากได้เลยจ้ะ

คนบ้าหนังสือ(สวย) : Wow! Animals


Wow! Animals
Author : Emma Dods
Design and styling : Amy McSimpson
Jacket design : Mike Davis
Illustration : Marc Aspinall

เห็นเล่มนี้บนชั้นแนะนำหนังสือที่คิโนะคุนิยะ อิเซตัน มาสักพัก แต่ไม่ได้เปิดดูอาจจะเพราะปกไม่ดึงดูดเรา ณ ตอนนั้น แถมห่อพลาสติกอีกต่างหาก บางทีก็ขี้เกียจเดินไปให้เขาแกะให้ ผ่านมาสองสามอาทิตย์ หนังสือยังอยู่บนชั้น วันนั้นอยู่ในโหมดอยากซื้อหนังสือกลับบ้าน คืออะไรก็ได้ขอให้ติดมือมา (บ้าเข้าขั้น) เลยลองหยิบมาให้เขาแกะให้ดู เปิดมาหน้าแรกก็ซื้อเลย 

สิ่งแรกที่ทำให้คำว่า "ซื้อ!" เด้งเข้ามาในหัวคือ สี สีพื้นของแต่ละหน้าในหนังสือเล่มนี้ดูแปลกกว่าเล่มอื่นๆ จริงๆ มันก็คือสีทั่วไปนี่แหละ เหลือง ชมพู ฟ้า เขียว ฯลฯ แต่คนออกแบบ (หนังสือเล่มนี้มีทั้งคนวาดและคนดีไซน์การจัดวางหน้า) เลือกปรับโทนสีให้ดูไม่ธรรมดา มีฟ้าอมเขียว เหลืองอมส้ม ส้มอมน้ำตาล เขียวใส เขียวหม่น ฯลฯ ประกอบกับการวางให้หน้าคู่ใช้สีพื้นเดียวกันทำให้มีพื้นที่ของสีนั้นๆ เยอะ เลยดูเด่น

ส่วนที่สองที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจคือ การวางองค์ประกอบภาพแต่ละหน้า ตามปกติถ้ามีรูปสัตว์เราจะมีฉากป่าหรือสวนสัตว์ หรืออย่างน้อยก็ต้นไม้อยู่ในหัวควบคู่ไปด้วย แต่เล่มนี้คนออกแบบตั้งใจละไว้ในฐานที่เข้าใจ แล้วเน้นจุดสำคัญที่เหล่าสัตว์ทั้งหลาย เล็กบ้างใหญ่บ้าง กลับหัวบ้าง ออกไปนอกขอบบ้างและวางสัตว์แต่ละตัวให้มีปฏิสัมพันธ์กันแทน 

การวางตัวหนังสือก็มีส่วนสำคัญ เนื่องจากเนื้อหาแต่ละย่อหน้าเป็นคำบรรยายถึงลักษณะพิเศษของสัตว์แต่ละชนิด(เพิ่งรู้ว่านก hummingbird เป็นนกชนิดเดียวที่บินถอยหลังได้นะ) ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อเนื่องกัน คนออกแบบเลยเล่นกับพื้นที่ว่างได้เต็มที่ ตัวหนังสือเล็กใหญ่ โค้ง กระโดดไปกระโดดมายิ่งเสริมการเคลื่อนไหวของสัตว์ในภาพ ดูสนุก ^-^

สรุปว่า เป็นหนังสือที่เหมาะกับเด็กมากๆ เราแก่แล้วก็ยังหยิบมาเปิดดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ :D หลังปกบอกว่ามีหนังสืออีกเล่มในชุดคือ Wow! Human Body ไม่รู้จะทำได้ดีเหมือนเล่มนี้หรือเปล่านะ













  


หนูเมอรี่ไปโรงเรียน : สรุปห้าสัปดาห์

MATS-5weeks-roundup

ว่าจะเขียนโพสต์นี้มาหลายวัน แต่ดูเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ อาทิตย์ที่ผ่านมาตั้งใจวางแผนงานสำหรับ MerryDay อย่างจริงจัง ไม่รู้หรอกว่าการเขียน business plan มันเขียนยังไง แค่เขียนรายละเอียด ขั้นตอนที่คิดวาจะทำไว้อย่างละเอียดสุดๆ พอแจกแจงรายละเอียดได้เยอะก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชัดเจนขึ้น ไม่งงๆ มึนๆ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเหมือนเมื่อก่อน เขียนเสร็จก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มงานแบบจริงจัง แต่ก็ต้องรีบวิ่งไปโรงพยาบาลเพราะพ่อป่วย...

ชีวิตที่ผ่านมามีพ่อเป็นที่พึ่งตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เราอายุเยอะแล้ว และพ่อก็แก่มากแล้วด้วย เรากลายเป็นที่พึ่งสำหรับพ่อเวลาเจ็บป่วย รู้สึกกลัวและลังเลนิดๆ ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่จะมาเริ่มทำงานของตัวเองตอนนี้ แต่คิดดูอีกทีงานฟรีแลนซ์ที่ผ่านก็ไม่ต่างกับตอนนี้เท่าไหร่ ชีวิตนี้คงไม่สามารถกลับไปทำงานประจำได้อีก ถ้าจะทำขอทำงานประจำของตัวเองดีกว่า...

หลังๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยวอกแวก ไม่ค่อยลังเลอะไรเท่าไหร่ เพื่อนก็บอกว่าดูเรามั่นใจกว่าแต่ก่อน ทั้งที่ไม่มีอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตั้งใจทำจะได้เรื่องหรือล้มเหลว แต่นั่นแหละ ชีวิตมันสั้น อายุก็เยอะแล้ว ตั้งใจทำงานเดินหน้าไปดีกว่า

รูปข้างบนคือรวมงานการบ้านที่ทำในคลาส Make Art That Sells e-course ที่เพิ่งเรียนจบไป (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่) ใครที่พอจะคุ้นกับงานเราคงจะดูออกว่าสไตล์กับดีไซน์ยังคงความเป็น MerryDay อยู่ที่ดูต่างหน่อยก็น่าจะตรงที่มีรายละเอียดมากขึ้น ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น งานก่อนหน้านี้จะเป็นรูปที่วาดแบบโดดๆ ไม่มีฉากหรือแบ็คกราวนด์ ไม่มีตัวประกอบหรือเรื่องราว ซึ่งเป็นจุดที่เราคิดมานานแล้วว่าต้องพัฒนา

ตั้งแต่เริ่มเรียนมาก็มีคนถามตลอดว่าคิดอยังไงกับคลาสนี้ ซึ่งถ้าจะตอบคำถามนี้ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราคาดหวังอะไรกับชั้นเรียนนี้บ้าง ก็สรุปมาง่ายๆ ว่าก่อนจะเรียน เราคาดหวังว่า :

• เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ art business มากขึ้น

• เราจะรู้ว่าทำยังไงให้งานที่เราออกแบบไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้

• เราจะได้รู้จักคนเยอะขึ้น (และให้คนอื่นรู้จักงานเราเยอะขึ้น)

• ฝึมือในการวาดและออกแบบของเราจะพัฒนาขึ้น (เกี่ยวกับฉาก แบ็คกราวนด์ เรื่องราว ที่ว่ามาข้างต้นนั่นแหละ)

พอเรียนจบก็รู้สึกว่า :

• รู้เรื่องเกี่ยวกับ art business มากขึ้นนะ ว่าเขาทำอะไรยังไงกันบ้าง

• จุดที่ชอบในคอร์สนี้คือ เขาแยกแต่ละอาทิตย์ให้โฟกัสเรื่องเรื่องเดียวไปเลย อย่างอาทิตย์ที่เรียนเกี่ยวกับหนังสือเด็ก ก็จะสอนว่าหนังสือเด็กจะต้องเน้นอะไรบ้าง เรื่องราวหรือรูปวาดแบบไหนที่จะมีโอกาสได้ตีพิมพ์ พร้อมตัวอย่างงานสวยๆ จากศิลปินเก่งๆ

ปกติคนที่ยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนหรือมีเป้าความหลายเป้า(เช่นเราเอง) บางทีก็จะเกิดอาการงงตัวเองว่าตกลงฉันอยากทำอะไร การที่ได้ลองเรียนหัวข้อที่แตกต่างเป็นอาทิตย์ก็ช่วยให้เรามีสมาธิกับหัวข้อนั้นๆ พอเรียนจบเอามาเปรียบเทียบกันก็จะรู้ว่าเราถนัด ชอบ หรือควรจะมุ่งไปทางไหน สรุป คลาสนี้ก็เหมือนเป็นไกด์ให้เรานั่นแหละ

• ตั้งแต่เรียนมาก็มีคนมากดไลค์เพจ MerryDay มากขึ้น แต่เขาจะรู้้จักเรามากน้อยแค่ไหนไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ค้นพบว่าการแสดงความคิดเห็นในส่วนของเรา(ซึ่งแต่ก่อนไม่ค่อยกล้า)ก็ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้ฝึกภาษาอังกฤษอีกต่างหาก :)

• คิดว่าฝีมือการออกแบบ+วาดพัฒนาขึ้นนะ ไม่ถึงขนาดมีเทคนิคพิเศษเพิ่ม แต่รู้สึกว่าตัวเองวาด+คิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น มีรายละเอียดมากขึ้น ก็สมกับที่ตั้งใจไว้

ยังมีอีกคำถามที่ถามมามากคือ คิดว่าคอร์สนี้คุ้มกับเงินที่เสียไปไหม ตอนสั้นๆ ว่าคุ้ม แต่เพราะอะไร ขอเขียนเป็นโพสต์หน้าละกัน :)


Sunday Sketch กับงานวาดนก

BIRD-july28

สวัสดีวันอาทิตย์ วันนี้ฟ้าหม่นเหมือนเดิม แต่ที่สามารถตื่นเช้าได้ เพราะพอคิดว่าจะมาวาดรูปต่อมันก็รู้สึกสนุกแล้ว ติดอยู่นิดนึงตรงที่ว่างานดูเหมือนจะเดินช้าเหลือเกิน -__-' ทั้งที่ตั้งใจคิด+วาดทุกวัน แต่ก็ยังไม่ทันใจนะ

Sunday sketch วันนี้เป็นสเก็ตช์รูปนกที่วาดมาหลายวัน ธีีมคือ 'secret garden' ที่คิดมานานแล้ว วาดไม่เสร็จซะที(เฮ้อ) คราวนี้พยายามโฟกัสกับการวาดด้วยการตั้ง keywords เป็นแนวทาง นั่นก็คือ ดอกไม้ ผลไม้ นก หนูเมอรี่ และที่เพิ่มเข้าไปคือ การขอบคุณ (grateful)

ไอเดียขอบคุณนี่มาจากสเตตัสของเพื่อนในเฟสบุ้คที่พูดถึงคุณสามีที่กลับมาบ้านจะเขียนบันทึกสามสิ่งที่รู้สึกขอบคุณในวันนั้นๆ เรื่องการรู้สึกขอบคุณ หรือ I feel grateful for นี่ จะเป็นเรื่องที่อ่านเจอเรื่อยๆ ตามบล๊อกของชาวฝรั่งทั้งหลาย เป็นเรื่องที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ก็ไม่ธรรมดาอีกเหมือนกัน เพราะดูเหมือนเขาจะคอยเขียนเตือนตัวเองกันเป็นระยะๆ :) คงเป็นเรื่องปกติของชาวโลกที่มักจะชอบคิดถึงเรื่องแย่ๆ ที่เกิดในแต่ละวันมากกว่าจะรู้สึกถึงสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วในชีวิต เลยต้องคอยเตือนตัวเองตลอดๆ ก็แปลกดีเหมือนกัน

ล่าสุดเพิ่งได้ feedback มาจากคนซื้อชุดกระดาษจดหมายจาก MerryDay ของเรา เธอบอกว่าตื่นเต้นที่จะใช้กระดาษเราเขียนจดหมายถึงเพื่อน เป็นคำพูดง่ายๆ ที่จริงๆ เธออาจจะเขียนไปอย่างนั้นก็ได้ แต่อ่านแล้วก็รู้สึกดีใจเล็กๆ เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยเขียนจดหมายกันแล้ว แต่ก็คิดว่าจะเป็นสิ่งที่หายไปจากโลกนี้ยาก หลายคนเริ่มมึนงงกับความรวดเร็วทันสมัย จดหมายอีเมล์ที่ดูแข็งๆ ยังไงก็ไม่เท่าลายมือสวยๆ หรือบางทีก็ไก่เขี่ยให้เราแกะลายแทงเล่น การโต้ตอบฉับไวผ่านโลกออนไลน์มีประโยชน์หลายอย่าง แต่ถ้ามากไปก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน...

ยังคงพยายามวาด 365 days I draw  และยังมีเรื่องหนูเมอรี่ไปโรงเรียนอีกสองตอนที่ยังอยากเล่า คงต้องค่อยๆ เขียนไป

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน ขอให้เป็นวันดีๆ จ้ะ :)

learn-july2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 6 : Gift

สัปดาห์สุดท้ายของ  Make Art That Sells Class อาทิตย์นี้เรียนเกี่ยวกับ งานของขวัญ (gift) จริงๆ แล้วเป็นหัวข้อที่เราตื่นเต้นน้อยที่สุดถ้าเทียบกับหัวข้ออื่นๆ แต่ปรากฎว่าเป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับงานของ MerryDay โดยตรงเลยทีเดียว

ตอนนี้ MerryDay ยังอยู่ในขั้นเตาะแตะมากๆ ของที่ทำขายก็เป็นงานการ์ด งานชุดเครื่องเขียน ที่เราวาด ออกแบบ พิมพ์เอง ยังไม่อยากลงทุนทำของออกมาเยอะ เพราะเคยทำแล้วมีปัญหาเรื่องกระจายของกับเก็บสต็อค คราวนี้เลยขอเริ่มแบบเล็กๆ ก่อน แต่ก็ยังอนุญาตให้ตัวเองฝันว่าสักวันจะมีของขายแบบครบชุด ทั้งแก้วกาแฟ กระเป๋า ของจุ๊กจิ๊กทั้งหลาย ซึ่งก็คือหัวข้อในอาทิตย์นี้นี่แหละ

อาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ทำ pattern ออกแบบลายจาน หนังสือเด็ก และ wall art คราวนี้จะเป็นการออกแบบกระเป๋าใส่ของแบบมีซิป :) เหมือนทุกครั้งเราเริ่มด้วย mini exercise คราวนี้เราต้องหาของสะสมมาวาด หลายคนพอพูดถึงของสะสมก็จะตื่นเต้น ถ่ายรูปของที่มีมาโชว์กันใหญ่ มีทั้งเศษผ้า ไหมพรม ตุ๊กตาตัวน้อย กระดุม สมุด หนังสือภาพ เครื่องมือวาดรูป หินสีสวย บางคนมีกันเป็นกล่องๆ เลยทีเดียว เราเองไม่ได้เป็นคนสะสมของแบบจริงจัง มีบ้างก็พวกโปสการ์ด งานพิมพ์สวยๆ ที่เก็บเยอะหน่อย ถ้าจะซื้อสะสมจริงจังช่วงหลังๆ ก็น่าจะเป็นหนังสือภาพเด็ก ซึ่งคงไม่เวิร์คสำหรับงานนี้ ประกอบกับเพิ่งแต่งงานย้ายออกมาอยู่คอนโดซึ่งไม่ค่อยมีพื้นที่ไว้เก็บสมบัติบ้าเท่าไหร่ เลยหาของมาได้น้อยเท่าที่มีนี่แหละ

my little things

my little things

my little things

เหตุผลที่เราต้องหาของมาเยอะๆ เพราะการบ้านที่ทำจะเป็นการออกแบบกระเป๋าแบบ hyper-lush เพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก สรุปย่อๆ ก็คือเป็นงานสไตล์เยอะ เน้นดอกไม้ใหญ่เล็กซ้อนทับกัน สีสันจัดจ้าน นัยว่าเป็นสไตล์ที่ตอนนี้เขาฮิตกันในวงการแฟชั่น ดูตัวอย่างรูปได้ที่นี่

ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองคงทำงานสไตล์นี้ไม่ได้ เพราะถนัดทำงานเรียบ สีน้อยหน่อย เวลาทำงานที่มีองค์ประกอบเยอะๆ ยุ่งๆ หรือสีมาก เป็นต้องเละทุกที แต่ยังไงลองดูหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร ตอนแรกลองทำ photo collage ดู ปรากฎว่าล่ม ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำเลย เลยหันมาสเก็ตช์งานตามสไตล์เราเอง แบบก็เอามาจากของจุ๊กจิ๊กที่เราเก็บๆ มานี่แหละ


gift-sketch

จากนั้นก็ลองนึกภาพ ร่างองค์ประกอบออกมาในรูปแบบกระเป๋า ก็ได้ออกมาประมาณนี้

giftsketch
พอมีภาพร่างแบบชัดๆ แบบนี้เวลาเอาไปวาดในคอมก็ไม่ยากมากแล้ว เพียงแต่ต้องดูบางส่วน ตัดบางส่วนเติมบางส่วนให้ลงตัวขึ้น ค่อยๆ ทำ สลับชิ้นงานไปมาในที่สุดก็ได้อย่างที่ชอบ

pavinee_s_merrydaypouch_1a_week5.jpg

งานนี้รู้สึกชอบสีเป็นพิเศษ สีมิ้นต์ได้มาจากตอนเห็นรถมินิคูเปอร์สีนี้ขับผ่าน เห็นแล้วก็อยากทำกระเป๋าสีนี้ทันที จากนั้นก็คิดว่าสีไหนน่าจะเหมาะต่อ ก็ได้ magenta บานเย็น กับ taupe ออกน้ำตาลมา งานนี้ยังคงเป็นสไตล์เราอยู่ ดูไม่เยอะถ้าเทียบกับงานคนอื่น แต่ก็ถือว่าเยอะพอดูถ้าเทียบกับที่เคยทำมา

สิ่งที่สนุกขึ้นไปอีก คือการลองเอารูปเดียวกันนี่แหละมาแยกส่วนแล้ววางให้ลงตัวกับของแบบอื่น อย่างเคสไอโฟน กระเป๋าเล็ก ตามที่เห็น สรุปว่าต่อไปจะวาดอะไรก็ควรเผื่อแแบบให้สามารถแยกส่วนเอาไปทำนู่นนีนั่นได้ง่ายๆ สินะ

คอร์สเรียน Make Art That Sells จบแล้ว แต่นี่แค่ part A ยังเหลือ Part B ที่จะเปิดอีกทีเดือนตุลา ระหว่างนี้ก็วางแผนไว้ว่าจะต้องทำงานของ MerryDay ให้เยอะที่สุด

มีคนถามหลายคนว่าลงเรียนคอร์สนี้คุ้มไหม ส่วนตัวคิดว่าคุ้ม แต่จะคุ้มยังไงเดี๋ยวมาเขียนสรุปอีกทีดีกว่า :)