หนูเมอรี่ไปโรงเรียน : สรุปห้าสัปดาห์

MATS-5weeks-roundup

ว่าจะเขียนโพสต์นี้มาหลายวัน แต่ดูเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ อาทิตย์ที่ผ่านมาตั้งใจวางแผนงานสำหรับ MerryDay อย่างจริงจัง ไม่รู้หรอกว่าการเขียน business plan มันเขียนยังไง แค่เขียนรายละเอียด ขั้นตอนที่คิดวาจะทำไว้อย่างละเอียดสุดๆ พอแจกแจงรายละเอียดได้เยอะก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชัดเจนขึ้น ไม่งงๆ มึนๆ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเหมือนเมื่อก่อน เขียนเสร็จก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มงานแบบจริงจัง แต่ก็ต้องรีบวิ่งไปโรงพยาบาลเพราะพ่อป่วย...

ชีวิตที่ผ่านมามีพ่อเป็นที่พึ่งตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เราอายุเยอะแล้ว และพ่อก็แก่มากแล้วด้วย เรากลายเป็นที่พึ่งสำหรับพ่อเวลาเจ็บป่วย รู้สึกกลัวและลังเลนิดๆ ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่จะมาเริ่มทำงานของตัวเองตอนนี้ แต่คิดดูอีกทีงานฟรีแลนซ์ที่ผ่านก็ไม่ต่างกับตอนนี้เท่าไหร่ ชีวิตนี้คงไม่สามารถกลับไปทำงานประจำได้อีก ถ้าจะทำขอทำงานประจำของตัวเองดีกว่า...

หลังๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยวอกแวก ไม่ค่อยลังเลอะไรเท่าไหร่ เพื่อนก็บอกว่าดูเรามั่นใจกว่าแต่ก่อน ทั้งที่ไม่มีอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตั้งใจทำจะได้เรื่องหรือล้มเหลว แต่นั่นแหละ ชีวิตมันสั้น อายุก็เยอะแล้ว ตั้งใจทำงานเดินหน้าไปดีกว่า

รูปข้างบนคือรวมงานการบ้านที่ทำในคลาส Make Art That Sells e-course ที่เพิ่งเรียนจบไป (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่) ใครที่พอจะคุ้นกับงานเราคงจะดูออกว่าสไตล์กับดีไซน์ยังคงความเป็น MerryDay อยู่ที่ดูต่างหน่อยก็น่าจะตรงที่มีรายละเอียดมากขึ้น ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น งานก่อนหน้านี้จะเป็นรูปที่วาดแบบโดดๆ ไม่มีฉากหรือแบ็คกราวนด์ ไม่มีตัวประกอบหรือเรื่องราว ซึ่งเป็นจุดที่เราคิดมานานแล้วว่าต้องพัฒนา

ตั้งแต่เริ่มเรียนมาก็มีคนถามตลอดว่าคิดอยังไงกับคลาสนี้ ซึ่งถ้าจะตอบคำถามนี้ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราคาดหวังอะไรกับชั้นเรียนนี้บ้าง ก็สรุปมาง่ายๆ ว่าก่อนจะเรียน เราคาดหวังว่า :

• เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ art business มากขึ้น

• เราจะรู้ว่าทำยังไงให้งานที่เราออกแบบไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้

• เราจะได้รู้จักคนเยอะขึ้น (และให้คนอื่นรู้จักงานเราเยอะขึ้น)

• ฝึมือในการวาดและออกแบบของเราจะพัฒนาขึ้น (เกี่ยวกับฉาก แบ็คกราวนด์ เรื่องราว ที่ว่ามาข้างต้นนั่นแหละ)

พอเรียนจบก็รู้สึกว่า :

• รู้เรื่องเกี่ยวกับ art business มากขึ้นนะ ว่าเขาทำอะไรยังไงกันบ้าง

• จุดที่ชอบในคอร์สนี้คือ เขาแยกแต่ละอาทิตย์ให้โฟกัสเรื่องเรื่องเดียวไปเลย อย่างอาทิตย์ที่เรียนเกี่ยวกับหนังสือเด็ก ก็จะสอนว่าหนังสือเด็กจะต้องเน้นอะไรบ้าง เรื่องราวหรือรูปวาดแบบไหนที่จะมีโอกาสได้ตีพิมพ์ พร้อมตัวอย่างงานสวยๆ จากศิลปินเก่งๆ

ปกติคนที่ยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนหรือมีเป้าความหลายเป้า(เช่นเราเอง) บางทีก็จะเกิดอาการงงตัวเองว่าตกลงฉันอยากทำอะไร การที่ได้ลองเรียนหัวข้อที่แตกต่างเป็นอาทิตย์ก็ช่วยให้เรามีสมาธิกับหัวข้อนั้นๆ พอเรียนจบเอามาเปรียบเทียบกันก็จะรู้ว่าเราถนัด ชอบ หรือควรจะมุ่งไปทางไหน สรุป คลาสนี้ก็เหมือนเป็นไกด์ให้เรานั่นแหละ

• ตั้งแต่เรียนมาก็มีคนมากดไลค์เพจ MerryDay มากขึ้น แต่เขาจะรู้้จักเรามากน้อยแค่ไหนไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ค้นพบว่าการแสดงความคิดเห็นในส่วนของเรา(ซึ่งแต่ก่อนไม่ค่อยกล้า)ก็ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้ฝึกภาษาอังกฤษอีกต่างหาก :)

• คิดว่าฝีมือการออกแบบ+วาดพัฒนาขึ้นนะ ไม่ถึงขนาดมีเทคนิคพิเศษเพิ่ม แต่รู้สึกว่าตัวเองวาด+คิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น มีรายละเอียดมากขึ้น ก็สมกับที่ตั้งใจไว้

ยังมีอีกคำถามที่ถามมามากคือ คิดว่าคอร์สนี้คุ้มกับเงินที่เสียไปไหม ตอนสั้นๆ ว่าคุ้ม แต่เพราะอะไร ขอเขียนเป็นโพสต์หน้าละกัน :)